บทที่ 3 1/2
หลังจากพูดคุยกับหม่อมเจ้าภากรบิดาของตนอยู่สักพักใหญ่ เพชรพรรณารายก็ขึ้นห้องมาพักผ่อน ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้ามาเขากลับเห็นว่าหญิงสาวคนนั้นยังยืนอยู่ที่เดิมจ้องมองเขาด้วยสายตาเรียบนิ่ง
เพชรไม่ได้สนใจหล่อน เขาเดินผ่านเธอไปราวกับว่ามองไม่เห็นเธอ เขาค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง นิลกาฬหนุ่มไม่ได้คิดจะหลับจริง ๆ หรอกเพราะเกรงว่าเมื่อหลับไปแล้วตนเองจะฝันเรื่องนั้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์นั้นเขาก็ไม่เคยจะนอนหลับจริง ๆ สักที
หญิงสาวในชุดสไบเคลื่อนตัวมาหยุดที่ปลายเตียงของเขา เพชรมองดูการกระทำเหล่านั้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้นเขาจึงแสร้งหลับตาลง เพื่อหวังให้เธอไม่ได้มาสนใจตนอีก
ห้องนอนของเขาติดกับห้องพระ วิญญาณดวงนี้ที่เข้ามาถึงในนี้ได้ต้องมีดวงจิตแข็งกล้าพอสมควร หรือไม่ก็อาจมีผู้ที่ควบคุมมันอยู่มีดวงจิตเข้มแข็งก็เป็นได้
ทว่าเพชรไม่อยากจะคิดเรื่องนี้ให้ปวดหัวแล้ว ด้วยร่างกายที่ไม่ได้นอนพักผ่อนมาหลายวันจากที่ไม่คิดจะหลับจริง ๆ เพชรกลับเผลอหลับเอาเสียดื้อ ๆ ขณะที่กึ่งหลับฝันอยู่นั้นเพชรพรรณารายก็ได้ยินเสียงใครบางคนกระซิบข้างหูของเขา
‘แม่นาย แม่นายรำไพ เจ้าขาช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ แม่นาย บ่าวทรมานเหลือเกิน’ เพชรฝันอีกแล้ว คราวนี้เป็นเรือนไทยหลังเดิมหากแต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นเดิม เขามาโผล่ที่ห้องห้องหนึ่งดูท่าแล้วคงจะเป็นหอนอนของใครสักคนหนึ่งในเรือนหลังนี้ เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั้นร้องห่มร้องไห้พร้อมด้วยหน้าตาฟกช้ำดำเขียวจากการทำร้ายร่างกาย เธอร้องไห้อยู่ตรงหน้าสตรีใจร้ายคนนั้น
‘ใครทำอะไรมึง อีจวง!’
‘อีแดงกับอีมั่นเจ้าคะแม่นาย อีพวกนั้นมันตบตีบ่าว’
‘แล้วมึงก็ยอมให้มันตบตีมึงงั้นรึ อีบ่าวโง่!’
โครม! ฝ่าเท้าหนัก ๆ ประเคนเข้ากลางอกหญิงสาวเสียเต็มแรง
‘มึงเป็นบ่าวของกู มึงโง่ให้ผู้อื่นมารังแกได้อย่างไรวะ’ หญิงสาวสีปากเลือดนกพูดออกมาด้วยความโมโหโทโสเต็มทน
‘ไปมึงไปประเดี๋ยวนี้’
‘ไปไหนหรือเจ้าคะแม่นาย’
‘ไปสั่งสอนพวกมัน กูจักสั่งลงหวายพวกมันที่กล้ามาทำมึง’
‘แม่นายของบ่าวช่างประเสริฐกับบ่าวยิ่งนัก’
เพชรพรรณารายโดนมือคู่หนึ่งกระชากมาอีกที่ ดูจากผู้คนและสถานที่แล้วนี่คงจะเป็นห้องครัวของเรือนหลังนี้กระมัง หยุดยืนอยู่เพียงไม่นานเขาก็เห็นว่ามีหญิงสาวสองคนกำลังถือของเดินเข้ามา คนหนึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งหน้าตาคลับคล้ายคลับคลากับแม่นมอรของเขาไม่มีผิด ส่วนหญิงที่เดินตามมาอีกคนนั้นหรือช่างเหมือนแม่ปิ่นสาวรับใช้ในบ้านของเขานัก
...ทำไมกัน(?) ทำไมถึงได้เหมือนกันถึงขนาดนี้
ทุกครั้งที่เพชรพรรณารายฝันถึงเรือนเก่าหลังนี้เขาจะเห็นเพียงสตรีสูงศักดิ์ในชุดสไบเฉียงนั่งร้อยพวงมาลัยกับบ่าวรับใช้ต่อมาจึงมีสตรีที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกันเข้ามาทำร้ายร่างกายเธอ ต่อจากนั้นเขาก็ไม่อาจจะเห็นว่าเรือนแห่งนี้มีผู้ใดอาศัยอยู่อีกบ้าง
‘หยิบใบโหระพาให้ฉันหน่อยจ๊ะ’
‘หอมยิ่งนักเจ้าค่ะแม่นาย’ เขาจดจำเสียงนี้ได้มันเป็นเสียงของสาวใช้ของคุณรำพึง นิลกาฬหนุ่มเดินไปตามเสียงพูดคุยนั้น เขาก็พบว่า คุณรำพึงเธอกำลังทำอาหารอยู่ ดูท่าแล้วแกงรัญจวนถ้วยนี้กลิ่นหอมจะฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งเรือน
ทว่ายืนชื่นชมอยู่ได้มินานเพชรพรรณารายก็เห็นว่าหญิงสาวใจร้ายคนนั้นเดินเข้ามาในครัวแล้ว ทันทีที่มองเห็นเป้าหมายของตน รำไพก็ตรงปรี่เข้าไปกระชากผมของแม่มั่นในทันที
‘อีมั่นอีแดงมึงทำร้ายคนของกูงั้นรึ อีชาติไพร่มึงนะมึง กูจะให้พวกมันโบยมึงบัดเดี๋ยวนี้!’ เสียงโวยวายและด่าทอของหญิงสาวนามว่ารำไพเป็นที่เกรงกลัวต่อบ่าวไพร่ทั่วทั้งเรือน
เพียะ! เพียะ! เพียะ! แม่มั่นถูกตบจนเลือดกบปากไม่ต่างอะไรกับอีแดงที่มันลงไปนั่งร้องไห้พนมมืออ้อนวอนอยู่แต่ก็ไร้ซึ่งความปราณีจากแม่นายรำไพนายหญิงของเรือนหลังนี้
อีบ่าวชั้นต่ำถูกตบไปเสียฉาดใหญ่ กระนั้นใครที่คิดจะเข้ามาขวางหรือกระทั่งช่วยเหลือแม่นายรำไพก็ตบพวกนั้นจนกระเด็นไปตาม ๆ กัน
‘พวกเอ็งไปจับอีบ่าวสองคนนี้ลงหวายบัดเดี๋ยวนี้!’
‘ขอรับแม่นายรำไพ’
‘แม่นาย แม่นายรำพึงช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ’ อีแดงและแม่มั่นขอร้องอ้อนวอนต่อแม่นายรำพึงที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่โดยนางเองก็นึกสงสารพวกหล่อนอยู่มากทีเดียว หากแต่ลำพังตัวนางเองมิอาจจะต่อกรกับคนอย่างรำไพได้ กระนั้นความสงสารยังคงมีมากกว่าทำให้นางกล้าที่จจะพูดออกไป
‘คุณพี่ละเว้นแม่มั่นกับแดงมันเถิดหนาเจ้าค่ะ’
‘มึงอย่าสอดอีรำพึงมันไม่ใช่เรื่องของมึง’ รำไพชี้หน้าน้องสาวของตนอย่างคาดโทษ เสียงร้องอ้อนวอนและโอดโอยของทั้งแม่มั่นและแดงดังไปทั่วทั้งเรือน เพชรทำได้เพียงยืนดูความโหดร้ายป่าเถื่อนนี้เท่านั้น
‘แม่นายเจ้าขาเราไปกันเถอะเจ้าค่ะ’ จันทร์บ่าวรับใช้ของรำพึงเข้ามาประคองแม่นายของตน เพราะเห็นว่าหากรั้งรออยู่ที่นี่ต่อไปอาจจะเกิดเหตุร้ายกับแม่นายของมันขึ้นมาอีก
‘มึงจักไปไหนอีรำพึง’
‘น้องจักไปเตรียมสำรับกับข้าวเจ้าค่ะคุณพี่’
รำไพปรี่เข้ามาดูสำรับที่นางทาสคนหนึ่งถืออยู่ก่อนจะปิดมันลงดังเดิม ‘นี่มึงคงคิดจะเอาสำรับนี้ไปให้คุณพี่ขุนของกูใช่ฤาไม่’
‘น้องเห็นว่าท่านขุนพึ่งกลับจากเมืองเชียงใหม่ จึงคิดว่าหากเอาแกงรัญจวนถ้วยนี้ไปให้ท่านขุนกินคงจะดีเจ้าค่ะ’ รำพึงตอบอย่างอ่อนโยนแบบฉบับหญิงสาวชาวอยุธยาที่พึงรักษาเกียรติแลกิริยาอยู่ในที
‘ใครใช้ให้มึงเสนอตัวทำหน้าที่ของกู!’
‘ก็ตัวเองไม่คิดจักทำนิ’ เสียงเล็ก ๆ ของจันทร์แว่วขึ้นแต่ก็ดังมากพอที่จะทำให้รำไพได้ยินมันอย่างชัดเจน
‘อีไพร่จองหอง! นี่มึงด่ากูรึ’
‘บ่าว...’
เพียะ! จันทร์จับหน้าของตนแล้วหันกลับมามองแม่นายรำไพด้วยความเคียดแค้น
‘มึงมองหน้ากูรึอีไพร่ " รำไพปรี่เข้าไปหาบ่าวคนนั้นก่อนจะหยิบเอาถ้วยแกงร้อน ๆ ราดหัวของจันทร์
‘โอ๊ย! ร้อน!’
‘คุณพี่รำไพอย่าทำอะไรจันทร์เลยหนาเจ้าค่ะ’ รำพึงพยายามที่จะเข้าไปห้ามพี่สาวของตน กระนั้นก็ไม่อาจสู้แรงของนางได้
‘อีรำพึง! นี่มึงคิดจักสอนให้บ่าวของมึงกําเริบเสิบสานกับกูใช่ฤาไม่’
‘น้องเปล่าเจ้าค่ะคุณพี่’
‘เปล่างั้นรึ งั้นมึงมานี้!’ รำไพกระชากเส้นผมของน้องสาวฝ่าแฝดแล้วลากออกไปก่อนจะถีบรำพึงให้ตกบันไดเสียเต็มแรง
‘แม่นายรำพึง!’
‘มึงอย่าคิดจะมาเทียบเคียงกับกูอีกอีรำพึง!’
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกตะลึงกับการกระทำอันโหดร้ายของหญิงสาว รวมถึงเพชรพรรณารายเองก็เช่นกัน ทำไมถึงได้โหดร้ายป่าเถื่อนถึงเพียงนี้ ทว่าไม่ทันที่เขาจะได้เห็นเหตุการณ์ต่อไปจากนั้น นิลกาฬหนุ่มก็ได้ยินเสียงของใครบางคนดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท
“คุณชายเล็ก คุณชายเล็กเจ้าคะ”
เพชรค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งแล้วจึงหยิบแว่นที่วางไว้บนหัวเตียงมาสวมใส่
“มีอะไร”
“ท่านชายให้มาเรียนว่าคุณชายฉัตรใกล้จะถึงวังแล้วเจ้าค่ะ”
“อือ ประเดี๋ยวฉันออกไป”
นิลกาฬหนุ่มลุกออกจากเตียงก่อนจะจัดมันให้เข้าที่อีกครั้งจากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องของตนไป ทว่าเพชรพรรณารายกลับไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครคนหนึ่งมองเขาอยู่จากด้านหลัง สตรีในชุดสไบสูงศักดิ์ยกยิ้มแปลกประหลาด จากนั้นใบหน้าของเธอซีกหนึ่งก็เห็นเป็นรอยแผลเหวอะหวะขึ้นมามองดูแล้วน่าเกลียดน่ากลัวไม่น้อย
“พี่ชายฉัตร”
“ตื่นแล้วหรือชายเล็ก พี่คิดว่านายจะขี้เซาไม่ยอมตื่นมาหาพี่เสียแล้วกระมัง” หม่อมราชวงศ์ธีรฉัตร วงศ์วริศธารา คุณชายคนกลางของวังเอ่ยออกมาอย่างหยอกเย้า ก่อนจะเข้าไปสวมกอดผู้เป็นน้องชาย
“ผมจะไม่มาต้อนรับพี่ชายฉัตรที่พึ่งจะกลับจากอิตาลีได้อย่างไรล่ะครับ”
“พูดถึงอิตาลีแล้วพี่ไม่สบายใจเลย” น้ำเสียงหนักอกหนักใจว่าออกมา ทั้งใบหน้าที่แสดงออกยังคงเป็นเครื่องยืนยันคำพูดเหล่านั้นของตน
“มีอะไรหรือเปล่าครับพี่ชายฉัตร”
“ก็จะกระไรได้ล่ะชายเล็ก ก็พวกทหารอักษะนะสิมันจับทหารสหรัฐ ออสเตรเลีย มาที่ไทยของเราอีกแล้วเห็นว่าจะเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟกัน เมื่อเช้านี้ก็พึ่งจะลงรถไฟกันมา” เป็นคุณชายใหญ่ที่เอ่ยตอบ
คุณชายฉัตรถอนหายใจเล็กน้อยจากนั้นจึงเอ่ย “เรื่องนี้ทำให้พี่หนักใจอยู่มาก เพราะอย่างไรเสียพี่เองก็เป็นถึงผู้ช่วยท่านทูตประจำสถานทูตอิตาลี แต่ไม่มีครั้งไหนเลยสักครั้งที่พี่จะพึงใจกับการกระทำอันโหดร้ายที่มีต่อเพื่อนร่วมโลกของพวกเขา”
“เมื่อคืนก็วางระเบิดกลางพระนคร โรงพยาบาลที่ผมประจำการอยู่ทั้งหมอทั้งพยาบาลวิ่งกันให้วุ่นไปหมด” พอเอ่ยถึงเรื่องนี้แล้วเพชรก็นึกโมโหพวกทหารอักษะขึ้นมา
“คุณชายค่ะ ท่านชายกรทรงรออยู่ห้องรับแขกแล้วค่ะ” เป็นเสียงของแม่ปิ่นที่ทำลายบทสนทนาของพวกเขาลง
“ไปเถอะชายฉัตรให้ท่านพ่อกับท่านแม่รอนานมันจะไม่ดีเอา”
“ครับพี่ชายใหญ่”
